‘ค่าเงินบาท’อ่อนค่า 37.80 บาท เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ย้ำยังไม่จบ!

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 3 พ.ย. ที่ระดับ 37.80 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 37.58 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 37.70-38.00 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวผันผวนสูง โดยในช่วงแรกตลาดหุ้นสหรัฐ ตอบรับในเชิงบวกต่อแนวโน้มการชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดที่ได้ระบุในแถลงการผลการประชุม หลังเฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย +0.75% สู่ระดับ 3.75%-4.00% ตามคาด อย่างไรก็ดี ตลาดพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ทันทีที่ประธานเฟดได้ย้ำจุดยืนการต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อสูง ซึ่งสะท้อนว่าการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟดนั้นยังไม่จบ แม้ว่าเฟดอาจเริ่มพิจารณาชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดๆไป และยังเร็วเกินไปที่ตลาดจะคาดการณ์ว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ในเร็วนี้

นอกจากนี้ ประธานเฟดยังได้ปรับลดโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐ หลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย หรือชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Soft Landing) ซึ่งมุมมองดังกล่าวทั้งแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟดและโอกาสเกิดภาพ Soft Landing ที่ลดลง ได้ส่งผลให้ ผู้เล่นในตลาดการเงินสหรัฐ กลับมาเทขายสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ที่อ่อนไหวเป็นพิเศษกับแนวโน้มดอกเบี้ย กดดันให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq สหรัฐ ดิ่งลงหนัก -3.36% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -2.50%

ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป พลิกกลับมาย่อตัวลง -0.29% หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้น ก่อนที่จะรับรู้ผลการประชุมของเฟด ทำให้ผู้เล่นบางส่วนอาจลดความเสี่ยงลงด้วยการขายทำกำไรออกมา ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดยังกังวลว่า การเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยจะยังคงมีอยู่ แม้เฟดอาจชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังจากการประชุมเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ ล่าสุดยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังไม่ได้ชะลอตัวลงได้เร็ว กดดันให้หุ้นกลุ่มเทคฯ เผชิญแรงขายมากขึ้น อาทิ ASML -1.9% ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม Healthcare อาทิ Novo Nordisk +7.4% หลังบริษัทรายงานผลกำไรที่ดีกว่าคาดและปรับเพิ่มคาดการณ์ผลกำไรจากยอดขายยารักษาเบาหวาน Ozempic ที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐพลิกกลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4.11% หลังประธานเฟดเน้นย้ำความจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามองว่าจุดสูงสุดของดอกเบี้ยนโยบายเฟด หรือ Terminal rate อาจอยู่ที่ระดับ 5.25% หรือสูงกว่า (จาก CME FedWatch Tool) ซึ่งเรามองว่า บอนด์ยีลด์ระยะสั้นและระยะยาวอาจปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง แต่มองว่า ในจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ดังกล่าว จะหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเข้าซื้อ (Buy on Dip) เพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐ ชะลอตัวลงหนัก หรือ เข้าสู่ภาวะถดถอย ตามที่ประธานเฟดได้ระบุว่า โอกาสที่เศรษฐกิจจะ soft landing นั้นเริ่มมีน้อยลง (นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินโอกาส 60% ที่เศรษฐกิจสหรัฐ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า)

ในฝั่งตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนหนัก โดยเงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าในช่วงแรก หลังแถลงการณ์ผลการประชุมเฟดสะท้อนโอกาสเฟดชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ก่อนที่เงินดอลลาร์จะปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ย้ำจุดยืนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง พร้อมกับบอนด์ยีลด์สหรัฐ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 112 จุดคำพูดจาก สล็อตเว็บตรง

นอกจากนี้ แนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่หนุนให้ทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น ก็ได้กดดันให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) พลิกกลับมาปรับตัวลงแรงหลังจากที่ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 1,670 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลับสู่ระดับ 1,636 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเราคาดว่า ราคาทองคำยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลดลงใกล้โซนแนวรับ แต่มองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจรอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวอาจกดดันเงินบาทในฝั่งอ่อนค่าได้

สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) โดยตลาดคาดว่า ภาคการบริการของสหรัฐ อาจชะลอตัวลงหนักมากขึ้น สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการบริการที่จะลดลงสู่ระดับ 55.1 จุด กดดันโดยภาวะค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูงและผลกระทบของการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่ผ่านมา

ในด้านนโยบายการเงิน ไฮไลต์สำคัญที่ผู้เล่นในตลาดจะจับตามอง คือ การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดว่า BOE จะเดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ย +0.75% สู่ระดับ 3.00% หลังเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงกว่า 10% อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตามุมมองของ BOE ต่อการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตหรือโอกาสที่ BOE จะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย หลังเศรษฐกิจอังกฤษชะลอตัวลงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการที่ลดลงต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำกว่า 50 จุด พอสมควร (ดัชนีต่ำกว่า 50 จุด หมายถึง ภาวะหดตัว)

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาท มองว่า เงินบาทมีโอกาสที่จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังประธานเฟดยังคงส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ให้ระวังความผันผวนและโอกาสที่เงินบาทจะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงหลังตลาดรับรู้ถ้อยแถลงของประธานเฟด

ทั้งนี้ มองว่า แม้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงได้บ้าง แต่แนวต้านอาจอยู่ในโซน 38.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งต้องจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ทั้งโฟลว์ในฝั่งตลาดหุ้นและตลาดบอนด์ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมา “ขายสุทธิ” หุ้นและบอนด์ไทยอีกครั้งหรือไม่ เพราะหากนักลงทุนต่างชาติไม่ได้เทขายสินทรัพย์ไทยรุนแรงและต่อเนื่องแบบในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้าที่เกิดแรงขายบอนด์รุนแรง เราประเมินว่า เงินบาทก็อาจไม่ได้อ่อนค่าไปมากนักจากโซนแนวต้าน ส่วนในโซนแนวรับของเงินบาทจะอยู่ในช่วง 37.50-37.60 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าเป็นระดับที่บรรดาผู้นำเข้าต่างรอทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์.

Related Posts

KFC, Pizza Hut operator Sapphire Foods’ board approves stock split of 1 share into 5

KFC, Pizza Hut operator Sapphire Foods announced that its board members has approved the split of existing equity shares of the company from 1 equity share to 5 equity shares.

In a regulatory filing, Sapphire Foods said that the meeting of board of directors on Wednesday approved that the shares of the company from 1 equity share having face value of Rs 10 each fully paid up, will be split into 5 equity shares having face value of Rs 2 each fully paid-up.

It also announced the alteration of Capital Clause (Clause V) of the Memorandum of Association of the Company (MoA) on account of sub-division of equity shares.

Interarch Building Products makes stellar debut, lists at Rs 1,299 on NSE Ambuja Cements shares surge 4% after promoter sells 3% stake via block d…

Markets correct, global concerns spark selloff; Nifty below 19450

The correction continues for the second consecutive day in the market. The Nifty slipped below 19,450 and the Sensex too declined 286 points. The broader market was down more than 1%. Selling was seen across the sector, except for FMCG & IT. Most market observers believe that the withdrawal of funds as a result of the dollar rally is a primary trigger for this selloff. India’s vulnerability to global concerns is a primary worry.

Shrikant Chouhan, Head of Research (Retail), Kotak Securities, “Despite our strong macroeconomic growth performance, India is not insulated from global problems, and hence any correction in global markets due to worries over further rate hikes would have a rub-off effect here. However, the Nifty has formed a Dragonfly Doji candlestick for…

Mazagon Dock Shipyard up 4.5% after wiping off 1-month gains in 21 session

Shares of Mazagon Dock Shipbuilders rose 6% to an intraday high of Rs 4,560 from its previous close of Rs 4,299.55. The surge in stock price came a day after it fell 9.4%, intraday. Also, the stock was down for the whole week, wiping off investors’ gains in the last five trading days. 

Earlier, the brokerage house ICICI Securities in a research report gave a 77% downside from its current market price, which it took as Rs 4,999 for the shipbuilder stock. The brokerage house maintained its “ Sell” rating on the stock saying that it is overvalued at the current market price. 

“Despite factoring in the potential orders of P75 (three additional submarines), P75I and next-gen destroyers, and margins at an elevated level in the near term, we believe th…

LIC gets nod from RBI to raise HDFC Bank stake to 9.99%

HDFC Bank  announced on Thursday that the Reserve Bank of India (RBI) has granted approval for the Life Insurance Corp. of India (LIC) to acquire an additional 4.8% stake in the country’s largest private sector lender. LIC currently holds a 5.19% stake in HDFC Bank.

According to a stock exchange filing by HDFC Bank, the RBI has advised LIC to complete the acquisition of the additional HDFC Bank shares within a year. However, LIC must ensure that its overall holding in the bank does not exceed 9.99% of the paid-up share capital or voting rights of the bank at any given time.

Also Read

SME-IPO Fonebox gets subscribed over 10 times on first day of opening; here is all you need to know about it Come from

Railway stocks dip post-Budget announcement as railway expenditure less than market estimate; should you invest now-

Railway-linked stocks, including IRFC, Rail Vikas Nigam (RVNL), Railtel, and others, witnessed a dip in their stock prices following Finance Minister Nirmala Sitharaman’s conclusion of her interim Budget speech in the Lok Sabha on Thursday.

Shares of IRFC, RVNL, Railtel, and other related stocks are grappling with losses ranging between 3% and 5% post budget speech.

Also Read

Hero MotoCorp shares hit all-time high on robust January sales

Despite the market’s anticipation, the Budget allocated a capital expenditure (capex) of ₹2.55 lakh crore for the Indian Railways. While this figure is marginally higher than the ₹2.4 lakh crore announced in the previous year’s Budget, brokerages had anticipated a more substantial increase in r…

Prosus does not reveal its cards on Swiggy stake

Technology investor Prosus in a post-earnings call on Monday, declined to reveal whether it plans to sell a part of its 32.6% stake in food tech unicorn Swiggy’s $1.2-billion initial public offering (IPO).

“Swiggy is an important part of our portfolio and we are a big believer in SwiggyCome from Sports betting site. We can’t comment on if we are going to sell in the IPO or not. We really like the business and we hope we can help the business’ performance,” a senior executive of Prosus said.

Prosus’ large shareholding in the food tech firm means that it is likely to be tagged as a promoter and would be put under several restrictions with regards to how and…